+_+หากฉันทำผิดหรือทำอะไรไม่ดี ก็อยากให้พี่น้อง เครือญาติ ของฉันคอยตักเตือน เพราะอัลอิสลาม คือ การตักเตือน หากรักฉันจริงก็ช่วยตักเตือนฉันด้วยเถิด+_+

รักคือ What love are ?


ฮะ นีฟะห์คุณครูประจำโรงเรียนประถมแห่งหนึ่งกำลังคิดหาวิธีการที่จะแก้ไข พฤติกรรมของลูกศิษย์ที่มักขัดแย้งกันในเรื่องไร้สาระ และแบ่งพรรคแบ่งพวกกันเวลาเล่น เธอคิดอยู่นานจนกระทั่งคิดค้นเกมๆหนึ่งขึ้นมา เกมที่เธอคาดหวังไว้ว่าเมื่อเด็กๆได้เล่นแล้วพวกเขาจะเข้าใจกัน รักกัน และมีความสามัคคีกันมากขึ้น
เธอ เริ่มอธิบายเกมให้เด็กนักเรียนของเธอฟัง โดยให้พวกเขานำฝรั่งมาจำนวนหนึ่ง บนผลฝรั่งให้เขียนชื่อเพื่อนที่รังเกียจ หรือไม่อยากให้อยู่ร่วมกลุ่มเอาไว้ รวมถึงสิ่งที่ไม่ชอบให้อีกฝ่ายปฏิบัติต่อกัน ดังนั้นจำนวนผลฝรั่งที่เด็กๆใส่ไว้ในถุงจะขึ้นอยู่กับจำนวนคนที่เขาไม่ชอบ
เมื่อ ถึงวันกำหนดเล่นเกม เด็กๆทุกคนต่างก็นำฝรั่งที่มีชื่อคนที่เขารังเกียจติดตัวมาด้วย เธอสังเกตเห็นว่า เด็กบางคนมีฝรั่ง 2 ผล บางคนมี 3 ผล บ้างก็มี 5 ผล เธอสั่งให้เด็กๆนำฝรั่งของตนเองใส่ถุงติดตัวไปทุกๆที่ เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์
หลัง จากผ่านไปหลายวันผลฝรั่งของแต่ละคนก็เริ่มเน่า เด็กๆต่างพากันบ่นถึงกลิ่นที่ไม่สู่จะดีของมัน นอกจากนั้นเด็กนักเรียนที่มีฝรั่ง 5 ผลก็บ่นที่ต้องถือถุงหนักกว่าคนอื่น เมื่อเวลา 1 สัปดาห์สิ้นสุดลง เด็กๆต่างรู้สึกปลดปล่อยที่เกมได้สิ้นสุดลงเสียที
ฮะ นีฟะห์เรียกเด็กๆมารวมกัน แล้วถามว่า “รู้สึกอย่างไรที่ต้องถือฝรั่งติดตัวตลอด 1 สัปดาห์ “ เด็กๆต่างระบายความหงุดหงิดไม่พอใจออกมา และบ่นถึงความลำบากที่พวกเขาต้องประสบกับการถือถุงฝรั่งที่หนักและส่งกลิ่น เน่าเหม็น
หลัง จากนั้นฮะนีฟะห์ก็อธิบายให้เด็กๆทราบถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ในเกมว่า”มันก็ เหมือนกับสถานการณ์จริงๆที่เราต้องแบกความเกียจชัง ความไม่ชอบในสิ่งที่ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราไว้ในใจ มลพิษของความเกลียดชังจะกัดกร่อนในใจเรา และติดตัวเราไปในทุกที่ๆที่เราไป ถ้าขนาดเรายังทนไม่ได้กับกลิ่นเหม็นเน่าของฝรั่งที่ติดตัวเราในช่วง 1 สัปดาห์ ลองคิดดูสิว่า ถ้าเรายังแบกความไม่พอใจ ความรังเกียจต่อกันไว้ตลอดชีวิตเราจะมีชีวิตอย่างไร? ดังนั้น พวกหนูจะต้องรักและสามัคคีต่อกัน สิ่งใดที่อีกคนหนึ่งปฏิบัติ ถ้ามันแค่ขัดหูฃัดตาเราเล็กน้อย ก็ปล่อยผ่านไป แต่ถ้ามันมากเกินไป ก็ควรเปิดอกคุยกันว่า มีสิ่งไหนบ้างที่เขาควรจะต้องปรับปรุง แล้วอย่าลืมว่ามุสลิมเป็นพี่น้องกัน เป็นพี่น้องด้วยสายเลือดของความเป็นอิสลาม มีต้นกำเนิดเดียวกัน คือท่านนบีอาดัม (อลัยฮิสลาม) ที่สำคัญศาสนาคือการตักเตือนกัน พวกหนูควรตักเตือนกันด้วยคำพูดที่ดี มิใช่ตะโกนใส่กัน หรือพูดจาเสียดสีกันอย่างที่ผ่านมา เพราะคนที่เตือนจะไม่ได้รับผลบุญจากอัลลอฮฺนะจ๊ะ”
สำหรับบทความ ที่ได้นำมาเสนอในครั้งนี้ผู้เขียนได้ดัดแปลงมาจาก ฟอร์เวิร์ดเมล์ของนักเขียนท่านหนึ่ง เหตุการณ์ในเนื้อเรื่องมักจะเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ มิใช่แต่ในกลุ่มเด็กเท่านั้น แต่ความรังเกียจ ความไม่ชอบใจในกันและกันมักเกิดขึ้นกับทุกเพศและทุกวัย ทุกคนมักนำเอาบรรทัดฐานที่ตนเองวางไว้มากำหนดให้อีกคนหนึ่งเป็น และใครที่ไม่เป็นอย่างที่เขาตั้งเงื่อนไขไว้ก็จะไม่เป็นที่ยอมรับ ซึ่งเขาคงมองข้ามไปว่า มนุษย์ย่อมมีความเหมือน และความต่างกัน แม้จะถูกบ่มเพาะตัวตนในสิ่งแวดล้อมเดียวกันหรือแตกต่างกัน จากคนดูแลคนเดียวกันหรือคนละคนก็ตาม สิ่งประกอบเหล่านี้ย่อมมีอิทธิพลส่งผลให้แต่ละคนมีอุปนิสัยใจคอที่แตกต่าง กัน แต่เมื่อทุกคนต้องอาศัยอยู่รวมกันบนโลกใบเดียวกันแล้ว เราจะทำอย่างไรให้เราสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข นั่นก็คือเราต้องปรับตัวเข้าหากันและยอมรับในกันและกันให้มากที่สุดนั่นเอง
สุด ท้ายอยากฝากคำถามให้ทุกๆคนได้ลองตอบกับตัวเองว่า คุณจะแสดงออกถึงความรักและการยอมรับในเพื่อนสักคน หรือคนที่คุณจะคบหาด้วยเพียงเพราะ...?
เขา...เป็นคนที่สมบูรณ์แบบ (ตามบรรทัดฐานที่คุณวางไว้)
หรือเขา...เป็นคนที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่คุณชื่นชมเขาและยอมรับเขาให้สมบูรณ์มากที่สุดกันแน่

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS
Read Comments